หน้าหลัก > สาระน่ารู้วันนี้ > มุมมองการใช้เงินที่แตกต่างกันระหว่าง “หนทางรวย” กับ “หนทางจน”
มุมมองการใช้เงินที่แตกต่างกันระหว่าง “หนทางรวย” กับ “หนทางจน”
เขียนโดย finrwealthbuilder เมื่อ Mon 20 May, 2019
มุมมองด้าน หนทางรวย หนทางจน
กำลังทรัพย์
มีเงินใช้ถาวร
มีเงินใช้ชั่วคราว
ระดับการใช้
ใช้เงินน้อยกว่ารายได้
ใช้เงินมากกว่ารายได้
รูปแบบการใช้
ใช้เงินลงทุนมากกว่าบริโภค
ใช้เงินบริโภคมากกว่าลงทุน
แนวการใช้
ใช้เงินสร้างทรัพย์สิน
ใช้เงินสร้างหนี้สิน
ค่าเสียโอกาส
ใช้เวลาแลกเงิน และเงินแลกเวลา
ใช้เวลาแลกเงินอย่างเดียว

  

1


ด้านกำลังทรัพย์ จงวางแผนหาเงินและเก็บออมให้มากพอไว้ใช้จ่ายได้เป็นปีๆ ไม่ใช่แค่วันนี้หรือเดือนนี้เท่านั้น เพราะไม่มีใครสามารถคาดอนาคตได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่ทำให้มีปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้หรือถึงขั้นไม่มีเงิน
  

2


ด้านระดับการใช้ จงใช้เงินให้น้อยกว่ารายได้ที่หามาได้ในแต่ละเดือน เพื่อให้มีเงินออมเพิ่มขึ้นทุกเดือน ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกว่ามีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ไม่ใช่ใช้เงินตามใจชอบจนไม่เหลือเงินเก็บเลย เกิดเงินสะดุดขึ้นมาเมื่อไหร่ชีวิตจะลำบาก
  

3


ด้านรูปแบบการใช้ จงใช้เงินเก็บที่มีไปกับการลงทุนมากกว่าบริโภค อาทิเช่น เอาเงินเก็บไปซื้อหุ้นปันผลดีกว่าไปซื้อรถคันใหม่ หรือเอาเงินเก็บไปซื้อกองทุนรวมดีกว่าไปซื้อมือถือรุ่นใหม่ การซื้อของไว้ใช้เองถือเป็นการบริโภคต้องดูถึงความจำเป็นไม่ใช่รุ่นใหม่ออกต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
  

4


ด้านแนวการใช้ จงใช้เงินสร้างทรัพย์สินดีกว่าเอาเงินไปสร้างหนี้สิน ข้อแตกต่างอยู่ที่ทรัพย์สิน (Asset) ทำให้เกิดผลตอบแทนเป็นบวกมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น แต่หนี้สิน (Debt) ทำให้เกิดผลตอบแทนเป็นลบมีเงินในกระเป๋าน้อยลง อาทิเช่น บ้านให้เช่าถือเป็นทรัพย์สิน ส่วนบ้านอยู่อาศัยเองถือเป็นหนี้สิน ตราบใดที่ยังไม่ได้ขายออกไป ดังนั้นมีบ้านอยู่อาศัยเอง ก็ใช้เงินแต่พอดี จะได้มีเงินเหลือเอาไปลงทุนสร้างสินทรัพย์
  

5


ด้านค่าเสียโอกาส จงเลือกใช้ให้เหมาะสมทั้งเวลาแลกเงิน และเงินแลกเวลา โดยการเป็นมนุษย์เงินเดือน มีเงินเข้ามาสม่ำเสมอเป็นหลักประกันที่ค่อนข้างมั่นคง แต่เหมือนเอาเวลาส่วนหนึ่งในชีวิตไปแลกกับเงินเดือน ซึ่งทำไม่ได้ตลอดอายุเยอะก็ต้องเลิก คนที่อยากประสบความสำเร็จต้องรู้จักใช้เงินแลกเวลาด้วย เพราะทุกวันมีเวลาจำกัดแค่ 24 ชม. แต่สิ่งที่ต้องทำมีมากมาย ดังนั้นงานบางอย่างควรกระจายออกจ้างคนอื่นมาทำให้ อาทิเช่น เปิดร้านขายของจ้างคนมาช่วยขาย ลงทุนผ่านกองทุนรวมจ้างให้ผู้จัดการกองทุนดูแล ตระเวนหาบ้านที่น่าลงทุนด้วยการว่าจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดแทน เป็นต้น