หน้าหลัก > สาระน่ารู้วันนี้ > 5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ PASSIVE INCOME
5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ PASSIVE INCOME
เขียนโดย finrwealthbuilder เมื่อ Mon 01 Apr, 2019

5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ PASSIVE INCOME
.
1) PASSIVE INCOME เป็นเรื่องง่ายๆ
.
จะว่าไปข้อนี้ก็มีถูกอยู่บ้าง เพราะอย่าง Passive Income ที่ได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมาก ก็มีนะ อย่าง “เงินฝาก” ยังไงหละ แค่วางเงินไว้ก็ได้ดอกเบี้ยแล้ว แต่ถือว่าเป็น passive income ที่น้อยมาก จนหลายคนไม่อยากนับรวม
.
โลกนี้ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถมนุษย์ แต่ก็ไม่มีอะไรง่ายหรือหมู จนไม่ต้องมีความรู้ความเข้าใจอะไรเลยแล้วจะได้มันมาง่ายๆ (ไม่งั้นก็รวยกันหมดแล้วสิ) ไม่เชื่อก็ดูรายชื่อทรัพย์สินอื่นๆ ที่ให้ Passive Income สิ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินทางปัญญา หุ้น เหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางและการลงทุนลงแรงทั้งสิ้น
.
ดังนั้น ถ้าอยากได้รายได้จากทรัพย์สิน สิ่งแรกที่ต้องคิดไว้ก่อนเลยก็คือ มันต้องลงทุนเวลาในการศึกษาหาความรู้ให้มาก อีกทั้งยังต้องลงมือทำลงมือปฏิบัติให้มากด้วย มันถึงจะเกิดผลและเป็น Passive Income ขึ้นมาได้
.
อย่าเผลอไปหลงเชื่อการลงทุนหรือธุรกิจหลอกลวง ที่บอกว่าแค่วางเงินไว้ แล้วการันตีผลตอบแทนสูงๆ 
.
2) มี PASSIVE INCOME แล้วสบาย ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินทุกเดือน
.
อันนี้ตลก และรู้เลยว่าคนที่พูดไม่ได้มี Passive Income จริง ทั้งนี้เพราะไม่ว่าจะธุรกิจ บ้านเช่า หุ้น หรือลิขสิทธิ์หนังสือ คนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ ต่างก็ยังต้องทำงานด้วยกันทั้งนั้นครับ
.
มีธุรกิจ … แม้จะให้ลูกจ้าง หรือ Outsource ทำงานให้ ก็ยังต้องแบ่งเวลามาบริหารจัดการ พบปะลูกค้า แก้ไขปัญหาสำคัญๆ ฯลฯ
.
มีบ้านเช่า …​ ก็ต้องคอยเก็บตังค์ ผู้เช่ามีปัญหาก็ต้องคอยจัดการให้ หรือถ้าย้ายออก ก็ได้ปรับปรุงปรับแต่งห้องกันยกใหญ่
.
มีลิขสิทธิ์ … ก็ต้องคอยบริหารลิขสิทธิ์และผลประโยชน์ตัวเอง
.
หรือถ้ามีหุ้น … ก็ต้องคอยจัด คอยปรับพอร์ต เพิ่มหุ้น ลดหุ้น เพิ่มลดสัดส่วนการลงทุน อีกจิปาถะ
.
ดังนั้น มี Passive Income แล้วไม่ต้องทำงานเลย ก็คงไม่ใช่ ยังต้องทำงานอยู่ เพียงแต่ทำน้อยลงไปเยอะ และจัดสรรเวลาได้มากขึ้น (เพราะทรัพย์สินช่วยผ่อนแรงทำงานแทน) 
.
อย่าเผลอเอานิสัยขี้เกียจและรักสบายออกนอกหน้า ระวังจะถูกพวกสิบแปดมงกุฎหลอกกินเงินเอาง่ายๆครับ
.
3) ทรัพย์สินที่ให้ PASSIVE INCOME จะทำเงินให้เราไปตลอดชาติ
.
สิ่งที่คนไม่เคยมี Passive Income ยังไม่รู้และไม่เข้าใจ ก็คือ ทรัพย์สินใดๆในโลกล้วน DYNAMIC นั่นคือ มีขึ้น มีลง มีเติบโต มีตกต่ำ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ด้วยกันทั้งหมดท้ังปวง (สาธุ)
.
ธุรกิจที่เคยทำเงิน วันหนึ่งก็กลายเป็นธุรกิจที่ล่มสลายได้ (ลองดูการตกต่ำและจากไปของโกดัก โนเกีย และแบล็คเบอรี เป็นตัวอย่าง)
.
บ้านเช่าที่เคยมีคนอยู่อาศัยไม่เคยขาด วันหนึ่งก็อาจร้าง ไม่มีผู้เช่าได้เหมือนกัน
.
ลิขสิทธิ์เพลง หนังสือ ที่เคยได้รับความนิยม วันหนึ่งก็มีคนลืม ไม่ซื้อ ไม่โหลด
.
หุ้นที่เคยปันผล วันหนึ่งก็อาจกิจการไม่ดี ไม่ทำกำไร เมื่อไม่ทำกำไรจะเอาเงินที่ไหนมาปันผลละครับพี่
.
ไม่มีอะไรที่ทำครั้งเดียวแล้วสบายไปตลอดชาติหรอก มันมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเสมอ ดังนั้นอย่าเผลอติดกับดักโง่ๆ แบบนี้ การรู้เท่าทันในทรัพย์สินที่เราลงทุนและความรู้ทางการเงินต่างหาก คือ สิ่งที่ช่วยให้เรามั่งคั่งและมั่นคงได้จริง
.
4) PASSIVE INCOME ดีกว่า ACTIVE INCOME
.
นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบเถียงกัน พาลกันไปถึงเรื่องที่ว่าเป็นพนักงานประจำนั้นไม่ดี เพราะเงินเดือนน้อย แถมยังเป็นรายได้ที่มาจากการทำงานเสียด้วย​ (Active Income) เลยยิ่งดูเลวร้ายไปกันใหญ่
.
จากเหตุผลของความ Dynamic ของทรัพย์สินตามที่ได้อธิบายแล้วในข้อ 3 ดังนั้น ปัญหามันจึงไม่ได้อยู่ที่รายได้แบบไหนดีกว่า ที่สำคัญมันอยู่ที่ว่า …
.
“คุณมีรายได้หลายทางหรือเปล่า และรายได้หลายทางที่ว่านั้น ผสมผสานทั้ง Active และ Passive หรือไม่”
.
เพราะถ้ามีแต่ Active Income ก็ต้องเหนื่อยไปตลอด แต่ถ้ามี Passive Income แค่แหล่งเดียว มันก็หมด ก็หายได้เหมือนกัน
.
โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังชอบ Active Income อยู่นะ เพราะแม้มันจะเหนื่อยสักหน่อย แต่ก็ให้คุณค่า และความรู้สึกที่ดีในการได้ทำงาน ยิ่งถ้าทำงานท่ีรัก ที่ชอบ และที่เลือกเองแล้วด้วยละก็ แจ่มไปกันใหญ่เลย ส่วน Passive Income ผมชอบที่มันช่วยผ่อนแรง ช่วยลดความกังวลทางการเงิน ทำให้เรามีเวลามากขึ้น และมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น
.
ดังนั้น ถ้าจะให้ Money Coach แนะนำว่าคนเราควรเลือกอะไรดี ระหว่าง Active กับ Passive Income คำตอบที่จะตอบก็คือ …
“ทำอะไรที่สนุกแล้วได้ตังค์ กูเอาหมดครับ”​ 555
.
5) มี PASSIVE INCOME แล้วจะมีอิสรภาพทางการเงิน
.
อันนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดเชิงเทคนิคอย่างมาก ต้องบอกเลยว่ามี Passive Income มากแค่ไหน ก็มีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่รู้จัก
“พอ”
.
จริงอยู่ว่าการมีรายได้จากทรัพย์สินมากกว่ารายจ่ายรวม อาจทำให้คุณหมดกังวลเรื่องเงินๆทองๆ แต่มันยังอาจทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้ หากคุณยังคงใช้ชีวิตยึดติดกับเงิน ทำอะไรก็ต้องได้เงิน ช่วยเหลือใคร แบ่งปันใครไม่เป็น แบบนี้มีเงินมากแค่ไหน ก็มีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้หรอกครับ
.
สุดท้ายท้ายสุด ยังไงผมก็เชื่อว่า การมีรายได้จากทรัพย์สิน หรือ Passive Income นั้นเป็นเรื่องดี และคนเราควรจะมี Passive Income กันทุกคน และจากหลายๆแหล่งหลายๆทางด้วย อีกทั้งยังควรมีรายได้จากการทำงาน (Active Income) เพื่อเร่งสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับชีวิต (แนวคิดนี้เรียก Multi-Income Stream ไว้ว่างๆ จะคุยให้ฟัง)
.
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในฐานะคนที่เดินทางบนเส้นทางนี้มาก่อน แค่อยากจะเตือนเพื่อไม่ให้คุณผู้อ่านติดกับดักความคิด จมอยู่กับความโลภและความขี้เกียจ แล้วไปฝันไกลหวังไกลถึงความมั่งคั่งและความสุขสบาย
.
จำเอาไว้ … รวยเร็วเป็นไปได้ แต่รวยง่ายๆ รวยสบายๆ ไม่มีหรอกครับ
.